ข่าวกีฬา UFABET : ดิดิเยร์ ดร็อกบา อดีตยอดกองหน้าของสโมสร เชลซี ซึ่งตัวเขาคือกองหน้าระดับตำนานของทีม สิงโตน้ำเงินคราม อย่างแท้จริงหลังจากที่พา เชลซี คว้าแชมป์ทุกถ้วยในประเทศอังกฤษ รวมไปถึงการคว้าแชมป์ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ในปี 2012 แต่ทว่าในครั้งนี้ ดร็อกบา ยอดกองหน้าทีมชาติไอวอรีโคสต์ ได้กล่าวรำลึกถึงฝันร้ายที่เขาไม่มีวันลืมในนัดชิงชนะเลิศถ้วยสโมสรฟุตบอลยุโรปที่พวกเขาต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2008 ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย กองหน้าจอมแกร่ง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ ค่ำคืนที่มอสโกในวันนั้น มันเป็นฝันร้ายของผมอย่างแท้จริง ผมกล้าพูดเลยว่าเราไม่ได้เป็นรอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยด้วยซ้ำ เนื่องจากพวกเราเป็นทีมที่มาจากอังกฤษทั้งคู่ เราคุ้นเคยกันดีและต้องลงดวลแข้งกันมาบ่อย ๆ ในเกมลีก ” “ ในเกมนั้นทุกอย่างมีจังหวะที่เข้าทางพวกเราหลายครั้งมาก ๆ แต่สุดท้ายกลับไม่เป็นประตู ผมมีโอกาสยิงชนเสาครั้งหนึ่ง ผมรู้สึกเสียดายมาก ๆ แต่สิ่งที่ทำให้ผมไม่สามารถลืมฝันร้ายในครั้งนั้นได้คือ การที่ผมโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ซึ่งกลายเป็นการทำให้ทีม เชลซี เสียเปรียบอย่างแท้จริง ” “ ผมรู้ดีว่านัดชิงชนะเลิศครั้งนี้สำคัญกับทีม เชลซี แค่ไหนเพราะชัยชนะจะเป็นการก้าวไปสู่การเป็นเจ้ายุโรปครั้งแรกของ เชลซี แต่ทว่าสุดท้ายเราก็แพ้ในเกมนั้น ซึ่งผมมั่นใจว่าถ้าหากผมได้อยู่ในสนามต่อไป และผมจะเป็นคนยิงจุดโทษ ผมต้องไม่พลาดแน่นอน และทีม เชลซี จะเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน ” สามารถติดตาม ข่าวบอล UFABET ได้ทุกวัน ผ่านช่องทาง UFAKICK อัพเดททุกวันก่อนใคร!
ข่าวกีฬา UFABET : ดิดิเยร์ ดร็อกบา อดีตตำนานกองหน้าของสโมสร เชลซี ซึ่งตัวเขานั้นประสบความสำเร็จมากมายกับทีม สิงห์บลูส์ คว้าแชมป์ทุกถ้วยในประเทศอังกฤษ รวมไปถึง ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ในปี 2012 ซึ่งนั่นถือเป็นการครองเจ้ายุโรปครั้งแรกของ เชลซี และตัวเขาอีกด้วย ในครั้งนี้ ดร็อกบา ยอดศูนย์หน้าชาวไอเวอรีโคสต์ ได้เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวที่เป็นสถิติของนักฟุตบอลรายหนึ่ง ซึ่งทำให้เขาต้องตกตะลึง และได้อุทานว่า นักเตะรายนี้ไม่ใช่คนปกติอีกแล้ว “ ผมจำเรื่องนี้ได้ดีในสมัยที่ โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ กุนซือ เชลซี ในเวลานั้นที่มักจะนำการยิงประตูของกองหน้าคู่แข่งมาให้พวกเราได้ศึกษากันอยู่เรื่อย ๆ อย่างเช่น เวนย์ รูนีย์ ที่กดไปถึง 22 ประตู หรือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี 15 ประตู และคนอื่น ๆ ก็มีสถิติที่ไล่เลี่ยกัน พวกเขาคือสุดยอดกองหน้าของโลก ” “ แต่ทว่านัดหนึ่งที่เราจะต้องลงสนามพบกับบาร์เซโลนา บอสได้เอาสถิติพวกนั้นมาให้เราศึกษาอีกครั้ง อันดับ 3 เป็น ซาบี เฮอร์นันเดซ ที่ยิงไป 4 ประตู อันดับ 2 เป็น อเล็กซิส ซานเชซ และ เชส ฟาเบรกาส ที่ยิงเท่ากัน 15 ประตู ” “ แต่เรื่องที่ทำให้พวกเราทุกคนต้องหัวเราะกันอย่างสนุกแบบเสียสติเพราะเขาคือ ลิโอเนล เมสซี ที่ยิงไปถึง 63 ประตู รวมกับอีก 14 ประตูในเกม แชมเปียนส์ ลีก ” “ ผมถึงกับต้องอุทานกับบอสว่า 63 ประตูจนถึงตอนนี้ จะบ้าเหรอนี่ มันเป็นตัวเลขบ้าบอคอแตกอะไร พวกเรามองหน้ากันแล้วก็ไม่มีใครอยากเชื่อ ” “ ทุกคนถึงกับหัวเราะอย่างเสียสติพร้อมกับถ่ายรูปนี้ไว้ ซึ่งบอสชาวอิตาเลียนของเราก็ได้แต่สงสัยว่า มันเป็นเรื่องตลกอย่างไร ” “ คุณเชื่อหรือไม่จบฤดูกาล เมสซี ยิงรวมทั้งหมดได้ 91 ประตู เขายังจ่ายให้เพื่อนยิง 29 ประตู จากการลงสนาม 69 นัดเมื่อปี 2012 ทั้งในสโมสรและทีมชาติอาร์เจนตินา คนปกติไม่สามารถทำแบบนี้ได้ยกเว้นมนุษย์ต่างดาวเท่านั้น ” สามารถติดตาม ข่าวบอล UFABET ได้ทุกวัน ผ่านช่องทาง UFAKICK อัพเดททุกวันก่อนใคร!
ข่าวกีฬา UFABET : ตำนานมิดฟิลด์ชาวเยอรมันอย่าง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ได้ออกมาย้อนความหลังถึงคำพูดสุดแม่นของ ดาวิด ลุยซ์ ที่บอกว่า ดิดิเยร์ ดร็อกบา จะทำประตูได้ ล่าสุดได้มีรายงานว่า บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ตำนานห้องเครื่องของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่ในเวที บุนเดสลีกา เยอรมันได้ออกมาเปิดเผยถึงคำพูดที่แม่นอย่างกับเห็นล่วงหน้าของดาวิด ลุยซ์ อดีตเซ็นเตอร์แบ็กของ เชลซี ที่พูดกับเขาก่อนที่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา จะโขกประตูตีเสมอในศึกชิงดำ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2012 สำหรับในเกมนั้นที่ ชไวน์สไตเกอร์ กล่าวถึงคือ เกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2012 โดยในตอนนั้น ดิดิเยร์ ดร็อกบา ได้เทคตัวขึ้นโหม่งตีเสมอให้กับเชลซี 1-1 ในช่วงนาทีที่ 88 และหลังจบเกมนั้น ผลปรากฏว่า 'สิงห์บลู' สามารถคว้าแชมป์เป็นสมัยแรกได้ในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยสามารถดวลจุดโทษเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ไปได้อย่างสุดระทึก และสำหรับเรื่องนี้ทาง ชไวน์สไตเกอร์ ได้ออกมากล่าวไว้ใน Schw31ns7eiger: Memories – Von Anfang bis Legende สารคดีของเขาที่เปิดให้ชมผ่านทาง อเมซอน ว่า "ในตอนนั้น ดาวิด ลุยซ์ เขาเข้ามาในกรอบเขตโทษของเราและพูดกับผมว่า ‘ตอนนี้แหละได้ประตู!’ ซึ่งหลังจากที่ ลุยซ์ ได้พูดประโยคนี้ออกมา ในเวลาต่อมา ดิดิเยร์ ดร็อกบา ก็สามารถทำประตูได้จริง ๆ โดยการเทคตัวขึ้นโหม่งฟุตบอลเข้าประตูไป" ทั้งนี้สำหรับเกมดังกล่าวถือว่า เป็นฝันร้ายของ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ มาก ๆ เพราะเขาเป็นคนที่ยิงจุดโทษพลาดก่อนที่ ดิดิเยร์ ดร็อกบา จะสังหารจุดโทษเข้าไปอย่างเยือกเย็น และพาทัพ 'สิงห์บลู' คว้าแชมป์ไปครองอย่างสง่า สามารถติดตาม ข่าวบอล UFABET ได้ทุกวัน ผ่านช่องทาง UFAKICK อัพเดททุกวันก่อนใคร!
10 ปีที่รอคอย ดร็อกบา &เอ็มปัปเป้ย้อนกลับไปปี 2009 เด็กชายชาวฝรั่งเศส บินลัดฟ้ามายังประเทศอังกฤษ เพื่อทำการฝึกซ้อมกับเชลซี ในระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เขาพบกับประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมเลือน"ตอนนั้น ผมยังเด็กมากเลยล่ะ อายุประมาณ 10 หรือ 11 ขวบ ผมเดินทางไปที่กรุงลอนดอน และใช้เวลาที่นั่นประมาณสัปดาห์" เขาย้อนความทรงจำ"ผมมีโอกาสฝึกซ้อมกับเชลซี พร้อมกับลงเตะเกมกระชับมิตรกับชาร์ลตัน แอธเลติก เราเอาชนะ 6-0 หรือ 7-0 เห็นจะได้ โดยที่ผมไม่น่าจะมีชื่อเป็นคนยิงประตู อย่างไรก็ตาม ถือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม เพราะนี่คือประสบการณ์แรกของผมในการออกมาเยือนต่างประเทศ ผมมีโอกาสได้เห็นว่า ฟุตบอลอังกฤษ เป็นอย่างไร"นอกจากจะได้ฝึกซ้อมกับทีมเยาวชนของเชลซี เขายังมีโอกาสเข้าชมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบรองชนะเลิศ (เกมที่สอง) ที่เชลซี เปิดบ้านเสมอกับบาร์เซโลน่า ด้วยสกอร์ 1-1 ตกรอบด้วยกฏประตูทีมเยือน (เกมแรกเสมอที่บ้านบาร์ซ่า แบบไร้สกอร์) หลังจากจบเกม เขารีบเข้าไปขอถ่ายรูปร่วมกับดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ดาวยิงของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ทว่าสุดท้าย เขาถูกปฏิเสธกลับมา ซึ่งนี่คือปมที่ยังคงค้างคาในใจจากจังหวะการยิงประตูตามตีเสมอ 1-1 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บของอันเดรส อิเนียสต้า สาเหตุที่ทำให้ดร็อกบา หัวเสียหนักมากขึ้น นั่นคือการทำหน้าที่ตัดสินของกรรมการในเกมนั้นอย่างทอม เฮนนิ่ง ออฟเรโบร ที่เป่าให้เชลซี เสียเปรียบในหลายจังหวะ ทำให้สถานการณ์หลังจบเกมตึงเครียดโดยที่ดร็อกบา ถึงกับเดินไปชี้หน้าด่าผู้ตัดสิน จนโดนลงโทษแบนกันวุ่นวาย ... พร้อมกับทำให้ดาวยิงทีมชาติไอวอรี่โคสต์ ไม่มีกะจิตกะใจจะถ่ายรูปร่วมกับใครกาลเวลาผ่านไป 1 ทศวรรษเต็ม ดร็อกบา หวนกลับมาเจอเด็กคนนั้นอีกครั้ง ในงานประกาศรางวัลบัลลงดอร์ เมื่อคืนที่ผ่านมา แน่นอนว่า ดร็อกบา ตัดสินใจลบล้างบางสิ่งบางอย่าง ที่เขาเคยทำผิดพลาดไปในอดีต"ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว หลังจากจบเกม เด็กคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผม พร้อมกับแสดงความต้องการอยากถ่ายรูปด้วยกัน วันนั้น ผมกลับปฏิเสธเขาไป เพราะผลการแข่งขันที่ออกมา และการตัดสินของกรรมการ จากนั้น ผมได้ยินมาว่าเด็กคนนั้นคือเขา ผมเลยอยากชดเชยสิ่งที่ติดค้างเขาไว้"ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ปิดท้ายถึงเด็กชายที่เคยขอถ่ายรูปด้วยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยวันนี้ เขาเป็นคนอาสา ขอเข้าไปถ่ายภาพแบบเซลฟี่ด้วยตัวเอง ขณะที่เด็กคนนั้นฉีกยิ้มเช่นกัน เพราะนี่คือหนึ่งสิ่งที่เติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายในวันวานเช่นเดียวกัน ..... คีลิยัน เอ็มปัปเป้ สนับสนุนโดย www.ufakicks.com ทางเข้า UFABET พนันออนไลน์ อันดับ 1 ของเอเชีย ฝากถอนเร็ว เพียง 2 นาที
Copyright 2020 ufabet by ufakick2.com, All rights reserve.